บริษัทควรมีอีเมลในชื่อบริษัท หรือแค่ Gmail ก็พอ

Thai news

ปกติองค์กรที่มีชื่อเสียงหรือองค์กรขนาดใหญ่มักจะมีอีเมลเป็นของตัวเองในรูปแบบ @ชื่อบริษัท.com ทำให้เจ้าของบริษัทหลายคนที่ปัจจุบันใช้อีเมลสาธารณะเช่น Gmail เป็นอีเมลบริษัทในรูปแบบ ชื่อบริษัท@Gmail.com มีความสงสัยว่าแบบไหนที่ดีกว่ากัน

วันนี้เราจะมาแจกแจงให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของอีเมลบริษัทและอีเมลสาธารณะ แบบละเอียดยิบให้เป็นที่เข้าใจและเป็นข้อพิจารณาในการเลือกใช้งาน

ข้อดี – ข้อเสียของอีเมลของบริษัท

ข้อดี

  • สร้างความชื่อใจให้กับผู้ได้รับอีเมล ว่าได้รับอีเมลที่ส่งมาจากบริษัทจริงๆ ไม่ได้ถูกแอบอ้าง

ข้อเสีย

  • เปลืองพื้นที่ใช้งานในเซิปเวอร์ของบริษัท เพราะทั้งอีเมลที่ส่งออกและอีเมลที่รับเข้ามาต่างก็ต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ และนานเข้าก็ต้องขยายพื้นที่เก็บ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
  • ระบบรักษาความปลอดภัยของ WebMail ยังไม่ดีเท่าอีเมลสาธารณะ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแฮกและขโมยข้อมูลสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัทคู่แข่งที่ต้องการข้อมูลสำคัญของฝ่ายตรงข้ามในการทำธุรกิจ
  • ผู้ไม่หวังดีหรือคู่แข่ง สามารถโจมตีให้เว็บไซต์บริษัทล่มจนไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากระบบของ Webmail ยังป้องกันการโจมตีแบบ DDOS ได้ไม่ครอบคลุมทุกการโจมดี หากมีการโจมตีด้วยการส่งอีเมลจำนวนมากๆ ก็จะทำให้เซิฟเวอร์ล่มจนไม่สามารถใช้งานอื่นๆ ของบริษัทไปโดยปริยาย

ข้อดี – ข้อเสียของอีเมลสาธารณะเช่น Gmail

ข้อดี

  • ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งานของเซิฟเวอร์บริษัท เพราะจัดเก็บบน Gmail
  • การสมัครใช้บริการและการเปิดใช้งานอีเมลค่อนข้างง่าย เช่นการสมัคร gmail จะสามารถใช้งานได้เลยซึ่งแตกต่างจากการเปิดใช้งาน webmail ซึ่งต้องมีความรู้ทางเทคนิคพอสมควรไม่เหมือนวิธีสมัคร gmail ซึ่งแสนจะง่ายดาย
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยจากการแฮกและการโจมตีด้วย DDOS สูง เพราะผู้ให้บริการมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว

ข้อเสีย

ผู้ได้รับอีเมลอาจไม่เชื่อมั่นว่าเป็นอีเมลจากบริษัทที่ติดต่อเข้ามาจริงหรือไม่

ได้เห็นข้อดี – ข้อเสียของอีเมลบริษัทและอีเมลสาธารณะแล้ว หวังว่าทุกท่านคงจะได้แง่คิดดีๆ ไปประกอบการพิจารณาเลือกใช้อีเมลของบริษัทได้เป็นอย่างดี