Guestpost โฟสฟรี ถ้าคุณมีสาระดีๆ ที่นี่เราให้คุณได้แบ่งปัน

Notifications
Clear all

ปรากฎการณ์ "ไม้ด่างฟีเวอร์" - หน่อ "กล้วยด่าง" แพงกว่าทอง 3 บาท

eakawit
(@eakawit)
Noble Member Registered

564000006583702

เทรนด์ต้นไม้ยังคงฟีเวอร์โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ด่างไม้หายาก สร้างสีสันให้เห็นเป็นระยะๆ ซื้อขายกันทีตกเป็นข่าวครึกโครมด้วยราคาแพงสูงปรี๊ด และที่เป็นกระแสในเวลาคือ “กล้วยด่าง” ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ทั้งไทยเทศไม่ว่าจะเป็น กล้วยแดงอินโดด่าง, กล้วยฟลอริด้าด่าง, กล้วยน้ำว้าคร่อมเตี้ยด่าง, กล้วยมะลิอ่องด่า, กล้วยน้ำว้าไอศกรีมด่าง, กล้วยตานีด่าง, กล้วยป่าด่าง ฯลฯ

ในกลุ่ม “คนรักกล้วยด่าง” ไม่นานมานี้มีการแชร์ภาพส่งมอบต้น “กล้วยด่างพันธุ์แดงอินโด” ราคา 4.35 แสนบาท หรืออย่างก่อนหน้านี้ มีการปิดดีลซื้อขาย “กล้วยแดงอินโดด่าง” ลายด่างว่ากันว่าสวยระดับเทพมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท ยิ่งกว่านั้น “กล้วยแดงอินโดด่าง” เคยมีการขายกันสูงถึง 2.7 ล้านบาทเลยทีเดียว

พูดเต็มปากว่าใครบังเอิญเจอกล้วยด่าง ดวงเฮงยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลเลขท้าย ดังเช่นกรณีเจ้าของสวนผลไม้ บังเอิญพบกล้วยด่างในสวน หน่อเดียวขายได้ถึง 70,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าปกติขายหน่อ “กล้วยหอมคาเวนดิช” ในราคาหน่อละ 50 บาทเท่านั้น หรือกรณีชาวบ้านใน จ.สุรินทร์ ลูกสาวเจ้าของสวนยาง ออกไปรดน้ำต้นยางบังเอิญพบเห็นต้นกล้วยน้ำว้าด่าง ขายได้ในราคา 50,000 บาท ปุ๊บปั๊บรับโชคไปตามๆ กัน

ถามว่าสวนกล้วยน้ำว้าทั่วๆ ไป มีโอกาสเจอ “กล้วยด่าง” หรือไม่? นายสมบัติ สุขนันท์ เจ้าของฟาร์ม สมบัติอาณาจักรกล้วย เปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้แม้เปอร์เซ็นต์ต่ำมาก เช่นพื้นที่ไร่กล้วยพื้นที่ 3 ไร่ 5 ไร่ อาจบังเอิญเจอสัก 1 กอ คือถ้าเจอก็คือโชคดียิ่งว่าถูกหวย

ราคาของกล้วยด่างนั้นแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ขนาด ลวดลาย สำหรับต้นเล็กๆ เช่น กล้วยป่าด่างลายหินอ่อน ขนาด 1 ฟุต ราคาประมาณ 8,000 -9 ,000 บาท กล้วยฟลอลิด้าด่าง ขนาด 1 ฟุต ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท เป็นต้น ซึ่งราคาไม่ตายตัวปรับขึ้นลงตามความต้องการของตลาด

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม้ด่างพันธุ์หายากสร้างปรากฎการณ์ไม่หยุด สร้างความฮือฮากรณี ราชินีแห่งไม้ใบมอนสเตอร่า (Monstera) สายพันธุ์มินต์ ซื้อขายกันในราคา 1.4 ล้านบาท โดยเจ้าของเดิมซื้อมาในราคา 5 แสนบาท หลังจากเลี้ยงไปได้สักระยะ ไม้กำลังสมบูรณ์ฟอร์มสวย ตัดสินใจประกาศขายในกลุ่มไม้ฟอกอากาศ และมีลูกค้าติดต่อขอซื้อราคาสูงลิบ

ไม้ด่างพันธุ์ไม้หายากเป็นเทรนด์ที่มาพร้อมๆ กับโควิด-19 ผู้คนอยู่บ้านมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น แสวงหาไม้ประดับไม้ฟอกอากาศมาตบแต่งบ้านเรือน บวกกับกระแสดารานักแสดงคนดังในแวดวงสังคม หันมาปลูกต้นไม้ ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลฯ ยิ่งกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ บางสายพันธุ์แทบขาดตลาด ราคาพุ่งสูงขึ้นเท่าตัวหรือหลายเท่าตัว

กล่าวสำหรับ “กล้ายด่าง” นั้น จัดเป็นของสะสมคนรักต้นไม้ จะเรียกว่าเป็นของเล่นคนรวยก็คงไม่ผิดไปจากความจริงเท่าใดนัก หรือจะซื้อมาเก็งกำไรขายต่อก็ได้ราคาคุ้มทุนไม่น้อย แต่ต้องยอมรับให้ได้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงเลี้ยงไม่ถูกวิธี ต้นไม้ตายเงินสูญทันที

ในสายตาคนทั่วไปไม้ด่างอย่าง ”กล้วยด่าง” อาจไม่ได้มีความพิเศษแตกต่างจากไม้ประทับทั่วๆ ไป มิหน้ำซ้ำ อาจเกิดคำถามทำนองว่าสวยตรงไหน?

ไม้ด่างเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล ก็เหมือนกับคนเลี้ยงปลาคาร์พลายสวยถูกใจแพงแค่ไหนก็ซื้อ หรือนักเลงพระเช่าบูชาพระเครื่องเก่าแก่ของเกจิดัง หรือผู้หลงไหลในรถสปอร์ตหรูราคาแพง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี “กล้วยด่าง” พันธุ์หายากมีประมูลซื้อขายสูงลิบลิ่วราคาตั้งแต่หลักหมื่นแสนไปจนถึงหลักล้านบาท จนเกิดคำถามว่า “กล้วยด่าง” ที่กำลังมาแรงในวงการต้นไม้ ณ เวลานี้ มีการปั่นราคาสร้างกระแสหรือไม่

ทว่า หากสำรวจตลาดต้นไม้หายากต้องบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของอุปสงค์อุปทานเป็นความพึงพอใจของผู้ซื้อผู้ขาย ต้องเข้าใจว่าไม้ด่างไม้หายากเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีราคาค่าตัวสูงขึ้นตามความนิยม

แอดมินเพจกล้วยด่าง บอกว่าราคากล้วยด่างเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่มีการปั่นราคา ราคาจำหน่ายอิงราคากลางในเวลานั้นๆ โดยเฉพาะฟาร์มที่มีเครดิตดี สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า พันธุ์ไม้หายากคุณภาพดี ย่อมขายได้ราคาดี

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ไม้ด่างมีราคาแพงคือ เกิดขึ้นยากในธรรมชาติ แม้มีการตัดแต่งพันธุกรรมก็ถือว่าทำได้ยากอยู่ดี โดยเฉลี่ยมีการเกิดขึ้นตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ด่างสวยๆ เพียง 5% แถมยังโตช้าขยายพันธุ์ยากราคาค่าตัวจึงสูงเป็นธรรมดา นอกจากนี้ ยังมีไม้ด่างบางชนิดขยายพันธุ์ง่าย โตเร็ว ราคาไม่แพง เหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมต้นไม้ เช่น เงินไหลมา ออมเพชร พลูด่าง ชบาด่าง บาหยาด่าง เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ใบด่าง เช่น

1.ขาดแสงสว่าง

แสงปัจจัยหลักในการผลิตคลอโรฟิลล์ที่ทำให้ต้นไม้มีใบสีเขียว สังเกตได้จากการนำต้นไม้ปกติไปวางในที่มืด ผ่านไปไม่กี่วันใบก็จะเป็นสีขาวซีดและอ่อนแอ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับการเพาะถั่วงอกหรือกุยช่ายให้มีใบสีขาวหรือเขียวอ่อน โดยหากนำมาออกแดดก็จะให้ใบสีเขียวตามเดิม

2.ขาดสารอาหาร

สารบางตัวมีผลต่อการสร้างเม็ดสีของใบ โดยหากต้นไม้ขาดแมกนีเซียม ใบจะเป็นสีเหลืองแต่เส้นใยยังเขียวอยู่ ถ้าขาดกำมะถันหรือฟอสฟอรัส ต้นมีจะใบด่างเหลืองทั้งใบ ซึ่งอาการจะหายไปหากได้รับสารอาหารดังกล่าวในดินครบถ้วน

3.เนื้อเยื่อใบมีอากาศมาก

อาการดังกล่าวส่งผลให้เมื่อแสงแดดไปตกกระทบใบจะเกิดการหักเหของแสง ทำให้ใบเป็นสีเทาเงิน พบมากในป่าธรรมชาติ อาการดังกล่าวจะเป็นถาวรไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่สามารถจำแนกเป็นพันธุ์อื่นได้ เช่น พลูลงยา แนบอุรา หรือคล้าบางชนิด

4.ความผิดปกติทางพันธุกรรม

เกิดจากปัจจัยภายนอกที่กระทบโครงสร้างทางพันธุกรรมของต้นไม้ เช่น สารเคมีหรือสารกำมันตภาพรังสี ทำให้ต้นไม้ดังกล่าวกลายพันธุ์จากลักษณะเดิม นอกจากนี้ยังใช้ในวงการตัดแต่งพันธุ์ต้นไม้เพื่อให้ได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานหรือมีคุณลักษณะที่โดดเด่นกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ไม่สามารถควบคุมลักษณะให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ โดยต้นแม่พันธุ์นั้นจะมีความสำคัญในการควบคุมลักษระด่างได้ดีกว่าต้นพ่อพันธ์ุดังรายละเอียดดังนี้

  • แม่กิ่งใบเขียว+พ่อกิ่งใบเผือก ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีใบเขียว
  • แม่กิ่งใบเขียว +พ่อกิ่งใบด่าง ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีใบเขียว
  • แม่กิ่งใบเผือก + พ่อกิ่งใบเขียว ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีใบเผือก
  • แม่กิ่งใบเผือก + พ่อกิ่งใบเผือก ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีใบเผือก
  • แม่กิ่งใบเผือก + พ่อกิ่งใบด่าง ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีใบเผือก
  • แม่กิ่งใบด่าง + พ่อกิ่งใบเขียว ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีทั้งใบเขียว เผือก ด่าง
  • แม่กิ่งใบด่าง + พ่อกิ่งใบเผือก ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีทั้งใบเขียว เผือก ด่าง
  • แม่กิ่งใบด่าง + พ่อกิ่งใบด่าง ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีทั้งใบเขียว เผือก ด่าง

มีข้อสังเกตว่าในประเทศญี่ปุ่นพบไม้ใบด่างจำนวนมาก ทำให้บางคนสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะผลพวงของกัมมันตภาพรังสีของระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

5.เกิดจากโรค

หากอาการของต้นไม้ในสวนมีการเจริญเติบโตผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นใบมีลายสีด่างหรือสีเขียวไม่สม่ำเสมอกัน เล็กหรือย่น ส่วนยอดหรือดอกหงิกงอผิดจากรูปทรงเดิมและไม่ติดผล ลำต้นแคระแกร็น มีกิ่งก้านสั้นกว่าปกติ อาจเป็นอาการของโรคใบด่างในต้นไม้ หรือ Mosaic Virus ซึ่งเกิดจากไวรัสเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและสารคลอโรฟิลล์จนส่วนต่างๆ ของต้นมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติมักพบมากในมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ มันฝรั่ง หากตัดแต่งด้วยกรรไกรหรืออุปกรณ์เดียวกันก็สามารถแพร่ไปสู่ต้นอื่นได้

นอกจากนี้ยังมีไวรัส Mottled ที่ทำให้เกิดอาการด่างเป็นจุดๆ ยังมี Vascular ที่ทำให้ด่างเฉพาะเส้นใยอีกด้วย ในบางครั้งโรคดังกล่าวก็ไม่ร้ายแรงมาก เพียงแค่ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตช้าเท่านั้น

โรคดังกล่าวไม่สามารถป้องกันหรือกำจัดด้วยสารเคมี วิธีแก้ไขให้ตัดเอาชิ้นส่วนหรือต้นไม้ที่มีอาการมากไปเผาและทำลาย เพื่อลดการระบาด หรือเลือกพันธุ์ต้นไม้ที่ต้านทานโรคไวรัส นอกจากนี้ควรกำจัดแมลงพาหะโดยเฉพาะเพลี้ยอ่อน โดยฉีดพ่นด้วยมาลาไทออนหรือเอส 85

.
.
ถามว่าทำไมแพง ผมไม่เรียกกระแสนะ เพราะมันถาโถมมากกว่าปกติ ในวงการต้นไม้ประดับมันจะมีกระแสอยู่แล้ว ราคามันก็จะขึ้นมาซัก 5 - 10 เท่าของปกติ แต่คราวนี้มันขึ้นทีเป็นร้อยเป็นพันเท่า ผมก็เลยเรียกว่าสึนามิ มันเหมือนหุ้นปั่นขนาดหนัก

รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ อดีตนายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย กล่าว

ที่น่าจับตาเมื่อวิกฤตโควิด-19 บรรเทาเบาบางลง ราคาต้นไม้ก็จะลดลง เรียกว่ากระแสต้นไม้มากับโควิดมันก็จะไปกับโควิด อีกทั้งมันมีซัปพลายเพิ่มขึ้น คนพยายามขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคที่ขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น

กระแสต้นไม้โดยทั่วไปมันก็จะอยู่ราวๆ 20 ปี และย้อนกลับมาอีกครั้งเหมือนแฟชั่น แต่สึนามิถ้าลงเมื่อไหร่คือลงเลย สำหรับสึนามิที่กำลังเกิดในวงการไม้ด่าง ผู้ที่สนใจเก็งกำไรต้องทำความเข้าใจยอมรับความเสี่ยง เพราะราคาลง เมื่อไหร่ ขาดทุนทันที

.
.
ยกตัวอย่าง 10 ปีที่แล้ว ในประเทศอินโดนีเซีย เกิดกระแส “หน้าวัวใบ” คนขายบ้านขายรถเพื่อไปซื้อมาลงทุน สุดท้ายราคาตกไม่เหลืออะไรเลย!

#ไม้ด่างยอดนิยม
#ไม้ด่างราคาแพงที่สุด
#ทําไมกล้วยด่างถึงแพง pantip
#รวมต้นไม้ใบด่าง
#กล้วยด่าง ทําไมแพง
#ไม้ด่างยอดฮิต
#กล้วยด่างราคาแพงที่สุด
#กล้วยด่าง ฟลอริดา ราคา

เครดิต https:// www.mgronline.com/daily/detail/9640000064338

Quote
Topic starter Posted : 21/09/2021 6:05 pm
Share: